วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Athletic Bilbao - แอธเลติก บิลเบา


Athletic Bilbao - แอธเลติก บิลเบา


Athletic Bilbao - แอธเลติก บิลเบา
( ประวัติทีม แอธเลติก บิลเบา )

แอธเลติก บิลเบา ก่อตั้งเมื่อ : 1898
ประธานสโมสร : เฟร์นานโด การ์เซีย มากัว
รองประธานสโมสร : ฆวน การ์ลอส เอร์โกเรก้า, เฟร์มิน ปาโลมาร์
จำนวนสมาชิกสโมสร ( โซซีโอ ) : 34,373 คน
สนามของทีม แอธเลติก บิลเบา : ซาน มาเมส  ( 39,750 ที่นั่ง )

เกียรติประวัติสโมสร ( แอธเลติก บิลเบา )

แชมป์ลีกา : 8  สมัย
( 1929-1930, 1930-1931, 1933-1934, 1935-1936, 1942-1943, 1955-1956, 1982-1983, 1983-1984 )
แชมป์โกปา เดล เรย์ : 23  สมัย
(  1903, 1904, 1910, 1911, 1914, 1915, 1916, 1921, 1923, 1930, 1931, 1932, 1933, 1943, 1944, 1945, 1950, 1955, 1956, 1958, 1969, 1973, 1984 )
แชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพ : 1  สมัย ( 1984-1985 )
อันดับในฤดูกาล 2007-2008 : 11
ลงเล่นลีกา : 77 ฤดูกาล ( แชมป์ 8 ครั้ง, รองแชมป์ 11 ครั้ง )

Atletico Madrid - แอตเลติโก มาดริด


Atletico Madrid - แอตเลติโก มาดริด


Atletico Madrid - แอตเลติโก มาดริด
( ประวัติทีม แอตเลติโก มาดริด )

แอตเลติโก มาดริด ก่อตั้งเมื่อ : 1903
ประธานสโมสร : เอ็นริเก้ เซเรโซ่ ตอร์เรส
รองประธานสโมสร : -
จำนวนสมาชิกสโมสร ( โซซีโอ ) : 42,000 คน
สนามของทีม แอตเลติโก มาดริด : บิเซนเต้ กัลเดร่อน  ( 54,851 ที่นั่ง )

เกียรติประวัติสโมสร ( แอตเลติโก มาดริด )

แชมป์ลีกา : 9  สมัย
(1939-1940, 1940-1941, 1949-1950, 1950-1951, 1965-1966, 1969-1970, 1972-1973, 1976-1977, 1995-1996)
แชมป์โกปา เดล เรย์ : 9  สมัย ( 1960, 1961, 1965, 1972, 1976, 1985, 1991, 1992, 1996 )
แชมป์สแปนิช ซูเปอร์คัพ : 1  สมัย ( 1985 )
แชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัล : 1  สมัย ( 1974 )
แชมป์คัพวินเนอร์ส คัพ : 1  สมัย ( 1962 )
อันดับในฤดูกาล 2007-2008 : 4
ลงเล่นลีกา : 71 ฤดูกาล ( แชมป์ 9 ครั้ง, รองแชมป์ 8 ครั้ง )
ลงเล่นเซกุนต้า : 7  ฤดูกาล ( รองแชมป์ 1 ครั้ง )
ลงเล่นเซกุนต้า เบ : 6  ฤดูกาล ( รองแชมป์ 1 ครั้ง )
ลงเล่นเตเซร์ร่า : 2  ฤดูกาล ( รองแชมป์ 1 ครั้ง )

Barcelona - บาร์เซโลน่า


Barcelona - บาร์เซโลน่า


Barcelona - บาร์เซโลน่า ( ประวัติทีม บาร์เซโลน่า )

ก่อตั้งสโมสร : 1899
ประธานสโมสร : โจน ลาปอร์ต้า
รองประธานสโมสร : อัลเบิร์ต บิเซนซ์, มาร์ก อิงกลา, เฟร์ราน โซเรียโน, อัลฟอนส์ โอดัลล์, ฆวาเม่ เฟร์เรร์
จำนวนสมาชิกสโมสร (โซซีโอ) : 155,428 คน
สนามของทีม ( บาร์เซโลน่า ) : คัมป์ นู (98,771 ที่นั่ง)

เกียรติประวัติสโมสร ( บาร์เซโลน่า )

แชมป์ลีกา : 18 สมัย (1928-1929, 1944-1945, 1947-1948, 19481 1949, 1951-1952, 1952-1953, 1958-1959, 195911960, 1973-1974, 1984-1985, 1990-1991, 1991-1992, 1992-1993, 1993-1994, 1997-1998, 1998-1999, 2004-2005, 2005-2006
แชมป์โกปา เดล เรย์ : 24 สมัย (1910, 1912, 1913, 1920, 1922, 1925, 1926, 1928, 1942, 1951, 1952, 1953, 1957, 1959, 1963, 1968, 1971, 1978, 1981, 1983, 1988, 1990, 1997, 1998)
แชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ : 7 สมัย (1984, 1992, 1993, 1995, 1997, 2005, 2006)
แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (ยูโรเปี้ยน คัพ) : 2 สมัย (1992, 2006)
แชมป์คัพวินเนอร์ส คัพ : 4 สมัย (1979, 1982, 1989, 1997)
แชมป์ยูฟ่า คัพ : 3 สมัย (1958, 1960, 1966)
แชมป์ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ : 2 สมัย (1993, 1998)
อันดับในฤดูกาล 2007-2008 : อันดับ 3
ลงเล่นลีกา : 77 ฤดูกาล (เเชมป์ 18 ครั้ง รองแชมป์ 22 ครั้ง)
ลงเล่นเซกุนด้า เบ : -
ลงเล่นเตเซร์ร่า : -

Real Madrid - เรอัล มาดริด


Real Madrid - เรอัล มาดริด


Real Madrid - เรอัล มาดริด ( ประวัติทีม 
เรอัล มาดริด )

ก่อตั้งสโมสร : 1902
ประธานสโมสร ( เรอัล มาดริด ) : ราม่อน กัลเดร่อน รามอส
รองประธานสโมสร : โฆเซ อิ๊กนาซิโอ รีเบโร่, บิเซนเต้ โบลูด้า, อมาดอร์ ซัวเรซ
จำนวนสมาชิกสโมสร (โซซีโอ) : 90,699 คน
สนามของทีม เรอัล มาดริด : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว (80,000 ที่นั่ง)

เกียรติประวัติสโมสร ( เรอัล มาดริด )

แชมป์ลีกา : 31 สมัย (1931-1932, 1932-1933, 1953-1954, 1954-1955, 1956-1957, 1957-1958,
1960-1961, 1961-1962, 1962-1963, 1963-1964, 1964-1965, 1966-1967, 1967-1968, 1968-1969,
1971-1972, 1974-1975, 1975-1976, 1977-1978, 1978-1979, 1979-1980, 1985-1986, 1986-1987,
1987-1988, 1988-1989, 1989-1990, 1994-1995, 1996-1997, 2000-2001, 2002-2003, 2006-2007, 2007-2008)
แชมป์โกปา เดล เรย์ : 17 สมัย (1905, 1906, 1907, 1908, 1917, 1934, 1936, 1946, 1947, 1962, 1970,
1974, 1975, 1980, 1982, 1989, 1993)
แชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ : 7 สมัย (1983, 1991, 1992, 1994, 1996, 2001, 2003)
แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก : 9 สมัย (1956, 1957, 1958, 1959, 1960, 1966, 1998, 2000, 2002)
อันดับในฤดูกาล 2007-2008 : อันดับ 1
ลงเล่นลีกา : 77 ฤดูกาล (แชมป์ 31 ครั้ง, รองแชมป์ 17 ครั้ง)

วิทยาศาสตร์การกีฬา คืออะไร


วิทยาศาสตร์การกีฬา


                 วิทยาศาสตร์การกีฬา  เป็นการเอาคำ 2 คำมาผสมกัน  คือ วิทยาศาสตร์  ผสมกับกีฬา

            วิทยาศาสตร์ (ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.. 2525) หมายถึง ความรู้ที่ได้โดยกาสรสังเกต  และการค้นคว้าจากการประจักษ์ทางธรรมชาติ  แล้วจัดเข้าเป็นระเบียบ  หรือวิชาที่ค้นคว้าได้หลักฐานและเหตุผลแล้วจัดเข้าเป็นระเบียบ
            กีฬา  (ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.. 2525)  หมายถึง  กิจกรรมหรือการเล่นเพื่อความสนุกเพลิดเพลิน  เพื่อเป็นการบำรุงแรง  หรือเพื่อผ่อนคลายความเคร่งเครียดทางจิต
              จากความหมายของคำทั้งสองดังกล่าว  เมื่อนำมาผสมกันแล้ว จึงกลายเป็น วิทยาศาสตร์การกีฬา” ซึ่งหมายถึง  การนำความรู้ที่ได้โดยการสังเกต  ค้นคว้าหาหลักฐานและเหตุผล  มาใช้กับกิจกรรมการเล่นกีฬา หรือการออกกำลังกาย  เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน และคุณประโยชน์ในด้านการส่งเสริมสุขภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เมื่อมนุษย์ยังต้องมีการเคลื่อนไหว  การกีฬาหรือการออกกำลังกาย ย่อมมีบทบาทส่งเสริมการเคลื่อนไหวให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ฉะนั้นการกีฬาจึงมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการดำรงชีวิตประจำวัน

ประวัติ ดเวน เหว็ด



ดเวน เหว็ด
ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ :
 ดเวน เหว็ด
วันเกิด : 17 มกราคม 1982 (อายุ 26 ปี)
สัญชาติ : อเมริกัน
ส่วนสูง : 6 ฟุต 4 นิ้ว (1.93 เมตร)
น้ำหนัก : 216 ปอนด์ (98 กิโลกรัม)
ลีกอาชีพ : เอ็นบีเอ
ทีมปัจจุบัน : ไมอามี่ ฮีท
เบอร์เสื้อ : 3
เล่นอาชีพ : ปี 2003-ปัจจุบัน
ประวัติความเป็นมา
ดเวน เหว็ด (Dwyane Wade) หรือชื่อเต็ม ดเวน ไทโรน เหว็ด จูเนียร์ (Dwyane Tyrone Wade, Jr.) เกิดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 1982 เป็นนักบาสเกตบอลชาวอเมริกันชื่อดังที่เล่นในลีกเอ็นบีเอ (NBA) มีฉายาว่า แฟลช (Flash) และ ดี-เหว็ด (D-Wade) ปัจจุบันเล่นอาชีพอยู่กับทีม ไมอามี ฮีท โดยเขาเคยได้รับนักกีฬายอดเยี่ยม จาก Sports Illustrated ซึ่งเป็นนิยสารกีฬาชื่อดังของสหรัฐฯ และ ผู้เล่นทรงคุณค่าของเอ็นบีเอรอบไฟนอล ในปี 2006 (NBA Finals MVP) อีกด้วย
เหว็ด ก้าวเข้าสู่วงการบาสเกตบอลเอ็นบีเอจากการดราฟฟ์เป็นอันดับ 5 ในปี 2003 และเขาก็สามารถสร้างชื่อให้กับตัวเองจนกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จมาที่สุดคนหนึ่งในศึกยัดห่วงเอ็นบีเอ็นทุกวันนี้ โดยเขามีชื่อติดทีมดาวรุ่งประจำฤดูกาลในซีซั่นแรกของตัวเอง รวมถึงติดทีม ออล-สตาร์ ในปีถัดมาอีกด้วย นอกจากนี้ เหว็ด ยังมีส่วนสำคัญที่นำทีม ไมอามี ฮีท คว้าแชมป์เอ็นบีเอ ได้สำเร็จในประวัติศาสตร์ หลังจากเล่นให้กับทีมเป็นฤดูกาลที่ 3 (ปี 2006) ด้วยการเอาชนะ ดัลลัส มาเวอริคส์ มาได้ในเกมรอบชิงชนะเลิศ
วัยเด็ก
ดเวน เหว็ด เกิดทางตอนใต้ของเมืองชิคาโก้ มีพ่อชื่อ ดเวน เหว็ด ซีเนียร์ (Dwyane Wade, Sr.) กับแม่ชื่อ โจลินดา เหว็ด 
(Jolinda Wade) และเขามีพี่สาวอีกคนชื่อว่า เทลกิล ซึ่งเขามักพูดเสมอว่ามีพี่สาวของเขาคือคนที่พาเขาไปในทางที่ถูกต้อง ทั้งนี้ พ่อแม่ของเหว็ดหย่าร้างกัน โดย ดเวน อาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยงเขาในเมือง รอบบินส์ (มลรัฐอิลลินอยส์)  
ระดับไฮสคูล
เหว็ด เรียนไฮสคูลที่ Harold L. Richards High School ที่เมืองโอคลอว์น (Oak Lawn) มลรัฐอิลลินอยส์ เหว็ดไม่ได้ลงเล่นมากนักในปีสอง เพราะลูกพี่ลูกน้องของเขา ดิมิทริส แม็คแดเนีล (Demetris McDaniel) เป็นดาราในทีม เหว็ดตัวสูงขึ้นอีกสี่นิ้ว
ตอนขึ้นปีสาม และเล่นได้เฉลี่ย 20.7 แต้ม 7.6 รีบาวด์ ทำผลงานรวม 100 แอสซิสต์ 73 สตีล เมื่อเขาอยู่ปีสี่ เหว็ดก็สามารถทำคะแนนได้เฉลี่ย 20.7 แต้ม 11.0 รีบาวด์ และช่วยให้ทีมมีสถิติชนะ 24 แพ้ 5 ได้เข้าชิงแชมป์ในสาย เขาทำลายสถิติของโรงเรียน โดยได้ 676 แต้มและ 106 สตีลภายในหนึ่งฤดูกาล
นอกจากด้านบาสเกตบอลแล้ว เหว็ดยังเป็นนักวิ่งที่มีชื่อในระดับไฮสคูล มีมหาวิทยาลัยเพียงสามแห่งเท่านั้นที่เสนอทุนการศึกษาให้เขา ได้แก่ มหาวิทยาลัยมาร์เคว็ต (Marquette University), มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์สเต็ต (Illinois State) และ มหาวิทยาลัยดีพอล (DePaul University)
ระดับมหาวิทยาลัย
เหว็ด เล่นให้กับมหาวิทยาลัยมาร์เคว็ตในเมืองมิววอร์คกี ปีแรกเหว็ดไม่ได้ลงเล่นเนื่องจากติดปัญหาด้านการเรียน เมื่อเขามี
สิทธิ์ลงเล่นในปีสอง (ปี ค.ศ. 2001-2002) เขาเป็นคนทำคะแนนสูงสุดในทีม ได้คะแนนเฉลี่ย 17.8 แต้มต่อเกม และยังทำได้ 6.6 รีบาวด์และ 3.4 แอสซิสต์ต่อเกม ให้ทีมมีสถิติชนะ 26 แพ้ 7 ซึ่งดีที่สุดนับจากฤดูกาล 1993-94 ต่อมาในปี 2003 เหว็ดเป็นคนทำคะแนนสูงสุดอีกครั้งที่ 21.5 คะแนนต่อเกม มาร์เคว็ตได้เป็นแชมในสาย Conference USA เป็นครั้งแรกด้วยสถิติชนะ 27 แพ้ 6 และเข้าไปเล่นถึงรอบสี่ทีมสุดท้ายในการแข่งชิงแชมป์ระดับมหาวิทยาลัยของเอ็นซีดับเบิลเอ
ผลงานที่น่าจดจำที่สุดในการแข่งชิงแชมป์ของเหว็ต น่าจะเป็นตอนแข่งชิงในรอบ มิดเวสต์รีเจียนนอลไฟนอล ตอนที่แข่งกับมหาวิทยาลัยเคนทักกีซึ่งถือเป็นทีมในอันดับหนึ่งในสาย เหว็ดทำทริปเปิล-ดับเบิล ได้ 29 คะแนน 11 รีบาวด์ 11 แอสซิสต์ การเล่นที่เด่นของเหว็ดทำให้เขาตัดสินใจเข้าดราฟตัวผู้เล่นเอ็นบีเอในปีนั้น
ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 มาร์เคว็ต ประกาศจะรีไทร์หมายเลขเสื้อของเหว็ดตอนพักครึ่งของเกมระหว่างมาร์เคว็ตกับมหาวิทยาลัยโพรวิเดนซ์
อาชีพการเล่นเอ็นบีเอ
2003-2004
เหว็ด ถูกดราฟเป็นอันดับที่ห้าในการดราฟของเอ็นบีเอในปี 2003 โดยไมอามี ฮีท และกลายเป็นดาวในทีมทันที เขาทำได้ 16 คะแนน 4 รีบาวด์ และ 4 แอสซิสต์ในปีแรก และยังทำผลงานได้ดีในรอบเพลยออฟโดยเฉพาะตอนที่เจอกับอินเดียน่า เพเซอรส์ในรอบก่อนชิงแชมป์คอนเฟอเรนซ์ตะวันออก แต่ว่าในปีนั้นผู้เล่นหน้าใหม่อีกสองคนคือ คาเมโล แอนโทนี่ และ เลอบรอน เจมส์ กลับที่สนใจของสื่อมวลชนมากกว่า จากความสำเร็จในปีแรกของ เหว็ด เขาก็ได้มีชื่ออยู่ในทีมดาวรุ่งเอ็นบีเอ ประจำปี 2004 รวมถึงได้รับโอกาสในการคัดตัวเป็นผู้เล่นทีมชาติสหรัฐอีกด้วย
2004-2005
เมื่อแชคิล โอนีลถูกเทรดจากทีมลอสแอนเจลิส เลเกอร์สมายังฮีท ผลงานของเหว็ดดีขึ้นในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นคะแนนเฉลี่ย แอสซิสต์ และ รีบาวด์ ได้รับเลือกในเกมออล-สตาร์ ฮีทขยับผลงานจากชนะ 42 แพ้ 40 ในปีก่อนหน้ามาเป็น ชนะ 59 แพ้ 23 หรือดีขึ้นถึง 17 เกม และเป็นสถิติแพ้ชนะที่ดีที่สุดในคอนเฟอเรนซ์ตะวันออก
ในรอบเพลย์ออฟ 2005 รอบแรกกับนิวเจอร์ซีส์ เน็ตส์ ฮีทชนะรวดโดยเหว็ดเล่นได้เฉลี่ย 26.3 คะแนน 8.8 แอสซิสต์ 6.0 รีบาวด์ และเปอร์เซนต์การชู้ต 50% ถือเป็นผู้เล่นคนที่เจ็ดที่สามารถทำ 25 คะแนน 8 แอสซิสต์ 6 รีบาวด์และชู้ตอย่างน้อย 50% (อีกห้าคนที่เหลือล้วนอยู่ในหอเกียรติยศได้แก่ บ็อบ คอสี, ออสการ์ รอเบิร์ตสัน, วิลต์ แชมเบอร์เลน, แลร์รี เบิร์ด, แมจิก จอห์นสัน และ ไมเคิล จอร์แดน)
เหว็ดทำได้อีกครั้งในรอบสองเอาชนะวอชิงตัน วิซาร์ดส์ 4 เกมรวด ที่ผลงาน 31 แต้ม 7 รีบาวด์ 8 แอสซิสต์ต่อเกม ฮีทไปแพ้ดีทรอยต์ พิสตันส์ (ทีมป้องกันแชมป์) ใน 7 เกมตอนแข่งรอบชิงแชมป์คอนเฟอร์เรนซ์ตะวันออก เหว็ดทำคะแนนได้ 40 และ 36 ในเกม 2 และเกม 3 ขณะตอนที่เป็นไข้ ไซนัสอักเสบ และเจ็บเข่า เขาบาดเจ็บกล้ามเนื้อซี่โครงในเกม 5 ทำให้อดเล่นในเกม 6 และเล่นได้จำกัดในเกม 7 ความพ่ายแพ้ในเกม 7 ส่วนหนึ่งมาจากสภาพที่ไม่สมบูรณ์ของเหว็ด ซึ่งก่อนหน้านี้ฮีทนำพิสตันส์อยู่ 3 ต่อ 2 เกม
2005-2006
เหว็ดถูกเลือกให้เล่นในเกมรวมดาราเอ็นบีเออีกเป็นครั้งที่สอง และยังเป็นคนที่ทำให้ทีมชนะด้วย เขาเอาลูกที่อัลเลน ไอเวอร์สันชู้ตพลาดยัดกลับลงห่วง ตลอดฤดูกาลเหว็ดเล่นเฉลี่ย 27.2 แต้ม 6.7 แอสซิสต์ 5.7 รีบาวด์ 1.95 สตีล ในรอบเพลย์ออฟ เหว็ดเจ็บสะโพกแต่ก็กลับมาพาทีมชนะในรอบแรก และชนะดีทรอยต์ พิสตันส์ ในรอบชิงคอนเฟอร์เรนซ์ตะวันออก เข้ารอบชิงแชมป์เอ็นบีเอเป็นครั้งแรก
ในรอบชิง ฮีทพบกับดัลลัส แมฟเวอริกส์ เหว็ดยังโชว์ความสามารถของเขา ในเกม 3, 4 และ 5 เหว็ดทำได้ 42, 36 และ 43 คะแนนตามลำดับ พาทีมจากการเป็นรอง 0 ต่อ 2 เกม มานำ 3 ต่อ 2 เกม ฮีทชนะในเกม 6 และคว้าแชมป์เอ็นบีเอ และเหว็ดได้รับรางวัลเอ็มวีพีรอบไฟนอล
2006-2007
เหว็ดได้รับเลือกเล่นในเกมรวมดาราเป็นปีที่สามติดต่อกัน แต่ทีมฮีทก็เริ่มต้นฤดูกาลโดยชนะเพียง 20 แต่แพ้ถึง 25 เกม แต่หลังจากที่แชคหายจากการบาดเจ็บ และโค้ชแพท ไรเลย์ กลับมาหลังผ่าตัดสะโพกและหัวเข่า ฮีทมีท่าทีว่าจะทำผลงานในครึ่งหลังได้ดี แต่ในเกมระหว่างฮีทกับฮิวส์ตัน รอกเก็ตส์เมื่อ 21 กุมภาพันธ์
เหว็ดหัวไหล่ซ้ายเคลื่อนระหว่างการพยายามขโมยลูกจาก เชน แบททิเยร์ และต้องพาออกนอกสนามด้วยรถเข็น เหว็ดต้องตัดสินใจระหว่างการพักฟื้นและกลับมาเล่นใหม่ช่วงปลายฤดูกาล หรือผ่าตัดและรอจนฤดูกาลหน้ากว่าจะเล่นได้อีก เหว็ดประกาศเมื่อ 5 มีนาคมว่าจะเลื่อนการผ่าตัดออกไปและพักเพื่อพยายามกลับมาเล่นให้ทีมให้ทันช่วงเพลย์ออฟ
เหว็ดกลับมาเล่นอีกครั้งในวันที่ 8 เมษายน หลังจากพักไป 23 เกม ในเกมแรกที่กลับมา เหว็ดแข่งกับชาล็อต บ็อบแคทส์ทำได้ 12 คะแนน 8 แอสซิสต์ แต่แพ้ต่อเวลาที่คะแนน 103 ต่อ 111 เหว็ดจบฤดูกาลด้วยสถิติเฉลี่ย 27.4 แต้ม 7.5 แอสซิสต์ 4.7 รีบาวด์ และ 2.1 สตีล ต่อเกม
ในรอบเพลย์ออฟ เหว็ด เล่นได้เฉลี่ย 23.5 แต้ม 6.3 แอสซิสต์ 4.8 รีบาวด์ต่อเกม แต่ฮีทก็ตกรอบแรกโดยแพ้ ชิคาโก บูลล์ สี่เกมรวด โดยหลงจากเสร็จสิ้นเกมเพลย์ออฟดังกล่าว เหว็ดได้เข้ารับการผ่าตัดไหล่ซ้ายและเข่าซ้ายและจะต้องพักช่วงเดือนแรกของฤดูกาล 2007-08 ซึ่งหมายความ เขาจะต้องพลาดลงช่วยทีมสหรัฐฯ แข่งขันทัวร์นาเม้นต์โอลิมปิกส์ 2008 รอบคัดเลือกอีกด้วย
2007-2008
หลังจากพลาดลงเล่นเกมรอบคัดเลือกโอลิมปิกส์ เกมส์ 2008 ให้กับทีมบาสเกตบอลสหรัฐฯ ตลอดช่วงซัมเมอร์ ในที่สุด เหว็ดก็หายเจ็บไหล่และเข่าซ้าย กลับมาลงเล่นให้กับ ฮีท ได้อีกครั้ง ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2007 ก่อนที่เขาจะถูกเลือกให้ติดทีม All-Star Game เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยมีสถิติคะแนนได้ 24.6 แต้ม 6.9 แอสซิส 4.2 รีบาวน์ และ 1.7 สตีล ต่อเกมในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ดี ผลงานโดยรวมของ ฮีทก็ถือว่าไม่ดีนัก และ เหว็ด ก็ยังคงมีอาการบาดเจ็บที่เข่ารบกวนอยู่บ่อยครั้ง 
ทีมชาติสหรัฐอเมริกา

เหว็ดเล่นในโอลิมปิกส์เกมฤดูร้อน ปี ค.ศ. 2004 โดยมี อัลเลน ไอเวอร์สัน, ทิม ดังแคน, เลอบรอน เจมส์, ชอน แมริออน และ คาร์เมโล แอนโทนี ผู้เล่นระดับออลสตาร์ของเอ็นบีเอในทีม ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยผู้เล่นระดับดาราแต่ทีมก็ได้เพียงเหรียญทองแดง
เหว็ดเล่นในโอลิมปิกส์เกมฤดูร้อน ปี ค.ศ. 2004 โดยมี อัลเลน ไอเวอร์สัน, ทิม ดังแคน, เลอบรอน เจมส์, ชอน แมริออน และ คาร์เมโล แอนโทนี ผู้เล่นระดับออลสตาร์ของเอ็นบีเอในทีม ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยผู้เล่นระดับดาราแต่ทีมก็ได้เพียงเหรียญทองแดง
เหว็ดถูกเลือกให้ติดบาสเกตบอลทีมชาติสหรัฐฯ จากปี 2006 ถึง 2008 โดยเหว็ดได้แข่งในศึกเวิร์ลแชมเปี้ยนชิพ 2006 ที่ญี่ปุ่นและได้เหรียญทองแดง ซึ่งในปีนี้เอง ที่เหว็ดได้เป็นกัปตันทีมร่วมกับ เลอบรอน เจมส์ และ คาร์เมโล แอนโทนี
ต่อมาในปี 2007 เหว็ดไม่สามารถแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ รอบคัดเลือก ให้กับทีมสหรัฐฯ ได้ เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่ทีมชาติของเขาก็สามารถผ่านเข้ามาเล่นในโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน ได้สำเร็จ ด้วยสถิติยอดเยี่ยมชนะรวด 10 เกม และแม้จะไม่มีส่วนในเกมรอบคัดเลือก แต่เหว็ด ก็ไม่พลาดที่จะมีชื่อติดโผเข้าร่วมแข่งทีมชาติสหรัฐฯ ในครั้งนี้
ตำแหน่งการเล่น
เหว็ด เล่นในตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ด แต่เขาก็สามารถเล่นในตำแหน่ง พอนต์ การ์ด ได้เช่นกัน ในเกมรุก เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความเร็วและยากที่จะป้องกันมากที่สุดในเอ็นบีเอ นอกจากนี้ เขายังแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ไม่เห็นแก่ตัวอีกด้วย โดยเขามีเปอร์เซ็นต์การแอสซิสเฉลี่ย 6.4 ครั้งต่อเกม ตลอดอาชีพนักยัดห่วง และหลังจาก เหว็ด ได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าประจำเกมนัดชิงชนะเลิศ ปี 2006 เขาก็พัฒนาฝีมือการเล่นจนเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองมากที่สุดในวงการเอ็นบีเอ
เดวิด ธอร์ป เทรนเนอร์ ซึ่งทำงานให้กับศูนย์การฝึกซ้อมของผู้เล่นเอ็นบีเอ ช่วงปิดฤดูกาล กล่าวชื่อชมพัฒนาการของ เหว็ด ว่า เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่ง สามารถเคลื่อนไหว และมีจังหวะการกระโดดชู้ตได้ดี นอกจากนี้ เขายังมีทีเด็ดอยู่ที่การเลย์-อัพที่เขาสามารถเบียดชนกับคู่ต่อสู้ที่ใหญ่กว่าขณะอยู่กลางอากาศได้ดี อย่างไรก็ตาม จุดด้อยของ เหว็ด คือ ความความพยายามในการชู้ต 3 คะแนน ที่ยังมีสถิติที่น้อยอยู่ เฉลี่ยที่ 0.251 เกมตลอดอาชีพของเขาที่ผ่านมา
ชีวิตส่วนตัว

เหว็ด เป็นชาวคริสเตียนที่มีจิตศรัทธาต่อศาสนาคนหนึ่ง โดยเขาจะหัก 10 เปอร์เซ็นต์ จากเงินรายได้ให้กับโบสต์ที่บ้านเกิดของเขาใน ชิคาโก้ ส่วนในชีวิตครอบครัวนั้น เหว็ด แต่งงานกับ ซโอห์วาห์น ฟุนเชส ซึ่งเป็นแฟนสาวอายุมากกว่า 1 ปีซึ่งคบกับมาตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูล ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2002 โดยทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 2 คน ได้แก่ ไซเร่ เบลสซิง ดเวน (เกิดวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2007) และ ไซออน มาลาชิ ไอรามิส เหว็ด (เกิดวันที่ 9 พฤษภาคม 2007) อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายน 2007 มีข่าวลือว่า เหว็ด ได้ตัดสินใจแยกทางกับ ฟุนเชส หลังจากใช้ชีวิตแต่งงานด้วยกันมา 5 ปี 
ในปี 2008 เหว็ด มอบเงินให้กับ โบสถ์ ของแม่ของเขา ซึ่งเป็นนักบวชนิกาย เป๊ปติสต์ ในชิคาโก้ โดย โจลินด้า แม่ของเขาเคยเป็นอดีตผู้ต้องหาคดีเสพและค้ายาเสพติด อย่างไรก็ตาม เธอก็สามารถหลุดจากวงจรนั้นได้ ก่อนที่จะอุทิศชีวิตให้กับคริสจักรเป็นเวลากว่า 7 ปี ที่ผ่านมา
ในเกมเพลย์ออฟของ ฮีท ปี 2005 เหว็ด ทำผลงานได้อย่างสุดยอด จนทำให้ชื่อของเขาโด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่ววงการเอ็นบีเอ ซึ่งระหว่างเกมเพลย์ออฟของพวกเขา ชุดแข่งของ เหว็ด กลายเป็นชุดแข่งที่ขายได้มารกที่สุดในลีก และยังคงเป็นเช่นนั้นเรื่อยมาเป็นเวลา 2 ปี หลังจากความสำเร็จของฮีท และ ฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจของเหว็ด ระหว่างเกมเพลย์ออฟปี 2006 เหว็ด ก็เป็นที่รู้จักในสายตาสาธารณชนมากขึ้น และได้ไปปรากฏตัวในรายการโชว์ต่างๆ มากมาย รวมถึงในบทความตามสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย ซึ่งในปี 2005 เขามีชื่อเป็น 1 ใน 50 บุคคลที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ นิตสาร พีเพิ่ล และในปี 2006 นิตยสาร จีคิว ก็ยกให้เขาเป็นผู้เล่นเอ็นบีเอที่แต่งตัวได้ดีที่สุด ต่อมาในปี 2007 เขาก็ถูกจัดให้เป็นผู้ชายที่แต่งตัวดีที่สุดเป็นอันดับ 4 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Esquire ประจำปีนั้น
เหว็ด ได้พิสูจน์ความเป็นคนดังของตัวเองจากการที่ได้ทำสัญญากับหลายบริษัทในการเป็นพรีเซ็นเตอร์ และเป็นสปอร์นเซอร์ของเขา อย่างเช่น Gatorade, Lincoln, Staples, Sean John, T-Mobile และ Topps นอกจากนี้ เขายังมีชื่อเป็นเจ้าของแบรนด์รองเท้าร่วมกับ คอนเวิร์ส ที่มีชื่อว่า "The Wade" และโทรศัพท์ ที่มีชื่อรุ่นว่า D-Wade Edition ซึ่งเป็นของ T-Mobile
รางวัลที่ได้รับ

แชมป์เอ็นบีเอ กับทีมไมอามี ฮีท: ปี 2006
รางวัลเอ็มวีพีรอบไฟนอล: ปี 2006
ได้รับเลือกเล่นในเกมออลสตาร์: ปี 2005, 2006, 2007,2008
ได้รับเลือกอยู่่ในทีมรวมออลสตาร์: ทีมที่ 2 (2005,2006), ทีมที่ 3 (2007)
ทีมรวมเกมรับ: ทีมที่ 2 (2005)
ได้รับเลือกอยู่ในทีมดาวรุ่งของเอ็นบีเอ: 2004
ได้รับเลือกอยู่ในทีมรวมออลสตาร์สกิลชาลเล้นจ์ แชมเปี้ยน: 2006, 2007
เหรียญทองแดงในกีฬาโอลิมปิก กับทีมชาติสหรัฐ ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ ปี 2004
เหรียญทองแดงในฟีบาเวิร์ลแชมเปียนชิพ กับทีมชาติสหรัฐ ปี 2006
คว้าแชมป์ออลสตาร์สกิลชาลเล้นจ์ แชมเปี้ยน

20 อันดับ นักบาส NBA ที่ทำคะแนนได้มากที่สุด ใน SEASON 2010-2011

20 อันดับ นักบาส NBA ที่ทำคะแนนได้มากที่สุด ใน SEASON 2010-2011
เกริ่นเรื่อง: นักบาส NBA
6 ต.ค. 54 , View: 1649 , Post : 0

Arsenal - อาร์เซน่อล


Arsenal - อาร์เซน่อล


Arsenal - อาร์เซน่อล ( ประวัติทีม อาร์เซน่อล )

อาร์เซน่อลก่อตั้งเมื่อ : 1886
เข้าร่วมลีก : 1893
ชื่อเดิม : 1886 Dial Squares: 1886 Royal Arsenal : 1891 Woolwich Arsenal : 1914 Arsenal
นิกเนม : The Gunners
ที่ตั้งของทีมอาร์เซน่อล Arsenal Football Club Highbury House 75  Drayton Park London N5 1BU
เบอร์โทรศัพท์ : 020-7704-4000
ประธานสโมสร : ปีเตอร์ ฮิลล์วู้ด
ผู้จัดการทีม อาร์แซน เวนเกอร์
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แพ็ต ไรซ์
สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
ความจุ 60,000 คน
ขนาดสนาม 113 หลา 76 หลาสนามเดิมของทีมอาร์เซน่อล 1886 Plumstead Stadium: 1887 Sportman’s Ground
1888 Manor Road: 1890 Invicta Ground: 1893 Manor Road: 1913 Highbury
ผู้ชมสูงสุด : 73,295 คน อาร์เซน่อล พบ ซันเดอร์แลนด์,ดิวิชั่น 1 (09/03/1935)
สถิติชนะสูงที่สุด 12-0 อาร์เซน่อล พบ ลัฟโบโร่ ดิวิชั่น 2 (12/03/1900)
สถิติแพ้สูงที่สุด 0-8 อาร์เซน่อล พบ ลัฟโบโร่ ดิวิชั่น 2 (12/12/1896)
สถิติขายนักเตะแพงที่สุด 25 ล้านปอนด์ มาร์ค โอเวอร์มาร์ส ไปบาร์เซโลน่า ( ก.ค. 2000 )
สถิติซื้อนักเตะแพงที่สุด 13 ล้านปอนด์ ซิลแว็ง วิลตอร์ จากบอร์กโดซ์ ( ส.ค. 2000 )

เกียรติประวัติสโมสร (อาร์เซน่อล )

แชมป์พรีเมียร์ชิพ 1997-98, 2001-022003-04
แชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม) 1930-311932-33, 1933-34, 1934-35, 1937-38, 1947-48, 1952-53, 1970-71, 1988-89, 1990-91
แชมป์เอฟเอ คัพ 1930, 1936, 1950, 1971, 19791993, 1998, 2002, 2003, 2005
แชมป์ลีก คัพ 1987 , 1993
แชมป์วินเนอร์ส คัพ 1993-94
แชมป์แฟร์ส คัพ 1960-70

Aston Villa - แอสตัน วิลล่า


Aston Villa - แอสตัน วิลล่า


Aston Villa - แอสตัน วิลล่า ( ประวัติทีม แอสตัน วิลล่า )

แอสตัน วิลล่า ก่อตั้งเมื่อ : 1874
เข้าร่วมลีก
 
: 1888
ชื่อเดิม
 
: The Cricketers of Villa Cross Wesleyan Chapel
นิกเนม
 
: The Villans
ที่ตั้งของทีม แอสตัน วิลล่า
 
: Villa Park , Trinity Road , Birmingham B6 6 HE
เบอร์โทรศัพท์
 
(0121)-327-2299
ประธานสโมสร
 : แรนดี้ เลอร์เนอร์
ผู้จัดการทีม
 
มาร์ติน โอนีลล์
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม
 
รอย แอ็ตกิ้น
สนาม
 
วิลล่า ปาร์ก ( เริ่มใช้ 1897 )
ความจุ
 
42,584 คน
ขนาดสนาม
 
115 หลา 72 หลา
สนามเดิมของทีม แอสตัน วิลล่า
 
: 1874 Aston Park : 1876-97 Perry Bar
ผู้ชมสูงสุด
 
76,588 คน แอสตัน วิลล่า พบ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เอฟเอ คัพ รอบ 6 (02/03/1946)
สถิติชนะสูงที่สุด
 
12-2 แอสตัน วิลล่า พบ แอคคริงตัน สแตนลี่ย์ ดิวิชั่น 1 ( 1812 )
สถิติแพ้สูงที่สุด
 
1-8 แอสตัน วิลล่า พบ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เอฟอ คัพ รอบ 3 (1889 )
สถิติขายนักเตะแพงที่สุด
 
12.6 ล้านปอนด์ ดไวท์ ยอร์ด ไป แมนฯ ยูไนเต็ด ( ส.ค. 1998 )
สถิติซื้อนักเตะแพงที่สุด
 
9.65 ล้านปอนด์ แอชลี่ย์ ยัง จาก วัตฟอร์ด ( ม.ค. 2008 )

เกียรติประวัติสโมสร (แอสตัน วิลล่า )

แชมป์พรีเมียร์ชิพ -
แชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม)
 
1893-94 , 1895-96 , 1896-97 , 1898-99 , 1899-1900 , 1909-10 , 1980-81
แชมป์ดิวิชั่น 2 (เดิม)
 
1937-38 , 1959-60
แชมป์ดิวิชั่น 3 (เดิม)
 
1971-72
แชมป์เอฟเอ คัพ
 
1887 , 1895 , 1897 , 1905 , 1913 , 1920 , 1957
แชมป์ลีก คัพ
 
1961 , 1975 , 1977 , 1994 , 1996
แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ
 
1982

Blackburn Rovers - แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส


Blackburn Rovers - แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส


Blackburn Rovers - แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ( ประวัติทีม แบล็คเบิร์น )

แบล็คเบิร์น ก่อตั้งเมื่อ : 1875
เข้าร่วมลีก : 1888
ชื่อเดิม : Blackburn Grammar School Old Boys
นิกเนม : Rovers
ที่ตั้งของทีม แบล็คเบิร์น : Blackburn LANCASHIRE BB2 4JF
เบอร์โทรศัพท์ : ( 01254 ) 698888
ประธานสโมสร : จอห์น วิลเลี่ยมส์
ผู้จัดการทีม : พอล อินซ์
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : เรย์ มาเธียส
สนาม : อีวู้ด ปาร์ก
ความจุ : 31,367 คน
ขนาดสนาม : 115 หลา  x  72  หลา
สนามเดิมของทีม แบล็คเบิร์น : Oozehead Ground, Pleasington Cricket Ground, Leamington Road
ผู้ชมสูงสุด : 61,783 คน แบล็คเบิร์น พบ โบลตัน วันเดอเรอร์ส, เอฟเอ คัพ รอบ 6 ( 02/03/1929 )
สถิติชนะสูงที่สุด : 11-0 แบล็คเบิร์น พบ โรเซนเดล, เอฟเอ คัพ รอบแรก ( 13/10/1884 )
สถิติแพ้สูงที่สุด : 0-8 แบล็คเบิร์น พบ อาร์เซน่อล, ดิวิชั่น 1 ( 25/02/1933 )
สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 17 ล้านปอนด์ เดเมี่ยน ดัฟฟ์ ไป เชลซี ( ก.ค. 2003 )
สถิติซื้อนักเตะแพงที่สุด : 8 ล้านปอนด์ แอนดี้ โคล จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ( ส.ค. 2006 )

เกียรติประวัติสโมสร ( แบล็คเบิร์น )

แชมป์พรีเมียร์ชิพ : 1994-95
แชมป์ลีก คัพ : 2001-02
แชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม) : 1911-12, 1913-14
แชมป์ดิวิชั่น 2 (เดิม) : 1938-39
แชมป์ดิวิชั่น 3 (เดิม) : 1974-75
แชมป์เอฟเอ คัพ : 1928, 1891, 1890, 1886, 1885, 1884
แชมป์ฟูลล์ เมมเบอร์ส คัพ : 1987

Bolton Wanderers - โบลตัน วันเดอเรอร์ส


Bolton Wanderers - โบลตัน วันเดอเรอร์ส


Bolton Wanderers - โบลตัน วันเดอเรอร์ส ( ประวัติทีม โบลตัน )

โบลตัน ก่อตั้งเมื่อ : 1874
เข้าร่วมลีก : 1888
ชื่อเดิม : Christchurch F.C. 1874-77
นิกเนม : The Trotters
ที่ตั้งของทีม โบลตัน : Burnden Way Lostock Bolton BL6 6JW
เบอร์โทรศัพท์ : ( 01204 ) 673673
ประธานสโมสร : ฟิล การ์ตไซต์
ผู้จัดการทีม : แกรี่ เม็กสัน
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : ริคกี้ ซบราเกีย
สนาม : รีบอค สเตเดี้ยม
ความจุ : 25,000 คน
ขนาดสนาม : 114 หลา  x  74  หลา
ผู้ชมสูงสุด : 69,912 คน โบลตัน พบ แมนเชสเตอร์ชิตี้ , เอฟเอ คัพ รอบ 5 ( 18/10/1933 )
สถิติชนะสูงที่สุด : 13-0 โบลตัน พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เอฟเอ คัพ รอบ 2 ( 01/02/1890 )
สถิติแพ้สูงที่สุด : 1-9 โบลตัน พบ เปรสตัน นอร์ธเอนด์, เอฟเอ คัพ รอบ 2 ( 10/12/1887 )
สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 15 ล้านปอนด์ นิโกล่าส์ อเนลก้า ไป เชลซี ( ม.ค. 2008 )
สถิติซื้อนักเตะแพงที่สุด : 8 ล้านปอนด์ นิโกล่าส์ อเนลก้า จาก เฟเนร์บาห์เช่ ( ส.ค. 2006 )

เกียรติประวัติสโมสร ( โบลตัน )

แชมป์พรีเมียร์ชิพ : -
แชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม) : 1996-97
แชมป์ดิวิชั่น 2 (เดิม) : 1908-09 , 1977-78
แชมป์ดิวิชั่น 3 (เดิม) : 1972-73
แชมป์ดิวิชั่น 1 เพลย์ออฟ (ใหม่) : 2000-2001
แชมป์เอฟเอ คัพ : 1923, 1926, 1929, 1958

Chelsea - เชลซี


Chelsea - เชลซี


Chelsea - เชลซี ( ประวัติทีมเชลซี )

เชลซี ก่อตั้งเมื่อ : 1905
เข้าร่วมลีก : 1905
ชื่อเดิม : -
นิกเนม : Blues
ที่ตั้งของทีม เชลซี : Stamford Bridge, Fulham Road, London SW6 1HS
เบอร์โทรศัพท์ : 0171-385-5545
ประธานสโมสร : บรูซ บั๊ค
ผู้จัดการทีม : กุส ฮิดดิ้งค์ ( ชั่วคราวจนจบฤดูกาล 2008-09)
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : สตีฟ คล้าร์ก, บัลเตมาร์ บริโด้
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ความจุ : 42,055 คน
ขนาดสนาม : 113 หลา  x  74  หลา
สนามเดิมของทีม เชลซี : -
ผู้ชมสูงสุด : 82,905 คน เชลซี พบ อาร์เซน่อล, ดิวิชั่น 1  ( 12/10/1935 )
สถิติชนะสูงที่สุด : 13-0  เชลซี พบ จิวเนสเซ่ เฮาท์ชาเรจ, คัพ วินเนอร์ส คัพ รอบแรก นัด 2 ( 29/09/1971 )
สถิติแพ้สูงที่สุด : 1-8 เชลซี พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส, ดิวิชั่น 1 ( 26/09/1923 )
สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 12 ล้านปอนด์ ทอเร่ อังเดร โฟล ไป กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ( พ.ย. 2000 )
สถิติซื้อนักเตะแพงที่สุด : 30 ล้านปอนด์ อังเดร เชฟเชนโก้ จาก เอซี มิลาน ( พ.ค. 2006 )

เกียรติประวัติสโมสร ( เชลซี )

แชมป์พรีเมียร์ชิพ : 2004-05, 2005-06
แชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม) : 1954-55
แชมป์ดิวิชั่น 2 (เดิม) : 1983-84, 1988-89
แชมป์เอฟเอ คัพ : 1970, 1997, 2000, 2007
แชมป์ลีก คัพ : 1965, 1998, 2005 ,2007
แชมป์แชริตี้ ชิลด์ : 1955, 2000, 2005
แชมป์ฟูลล์ เมมเบอร์ส คัพ : 1986
แชมป์เซนิธ ดาต้า ชิสเต็มส์ คัพ : 1990
แชมป์วินเนอร์ส คัพ : 1970-71, 1997-98

Everton - เอฟเวอร์ตัน


Everton - เอฟเวอร์ตัน


Everton - เอฟเวอร์ตัน ( ประวัติทีม เอฟเวอร์ตัน )

เอฟเวอร์ตัน ก่อตั้งเมื่อ : 1878
เข้าร่วมลีก : 1888
ชื่อเดิม : 1878-St Domingo FC
นิกเนม : The Toffees, Blues
ที่ตั้งของทีม เอฟเวอร์ตัน : Goodison Park, Liverpool L4 4EL
เบอร์โทรศัพท์ : 0151-330-2200
ประธานสโมสร : บิลล์ เคนไรท์
ผู้จัดการทีม : เดวิด มอยส์
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : อลัน เออร์ไวน์
สนาม : กูดิสัน ปาร์ก ( เริ่มใช้ 1892 )
ความจุ : 40,192 คน
ขนาดสนาม : 112 หลา  x  78  หลา
สนามเดิมของทีม เอฟเวอร์ตัน : 1878-Stanley Park; 1882 Priory Road; 1884-Anfield Road
ผู้ชมสูงสุด : 78,299 คน เอฟเวอร์ตัน พบ ลิเวอร์พูล, ดิวิชั่น 1  ( 18/09/48 )
สถิติชนะสูงที่สุด : 11-2  เอฟเวอร์ตัน พบ ดาร์บี้, เอฟเอ คัพ ( 18/01/1890 )
สถิติแพ้สูงที่สุด : 0-7 เอฟเวอร์ตัน พบ ซันเดอร์แลนด์, ( 26/12/1934 )
สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 27 ล้านปอนด์ เวย์น รูนี่ย์ ไป แมนฯ ยูไนเต็ด ( ส.ค. 2004 )
สถิติซื้อนักเตะแพงที่สุด : 11.25 ล้านปอนด์ ยาคูบู จาก มิดเดิ้ลสโบรช์ ( ส.ค. 2007 )

เกียรติประวัติสโมสร ( เอฟเวอร์ตัน )

แชมป์พรีเมียร์ชิพ : -
แชมป์ดิวิชั่น 1 (เดิม) : 1890-91, 1914-15, 1927-28, 1931-32, 1938-39, 1962-63, 1969-70, 1984-85, 1986-87
แชมป์ดิวิชั่น 2 (เดิม) : 1930-31
แชมป์เอฟเอ คัพ : 1906, 1933, 1966, 1984, 1995
แชมป์วินเนอร์ส คัพ : 1985

Fulham - ฟูแล่ม


Fulham - ฟูแล่ม

Fulham - ฟูแล่ม ( ประวัติทีม ฟูแล่ม )

ฟูแล่ม ก่อตั้งเมื่อ : 1879
เข้าร่วมลีก : 1907
ชื่อเดิม : Fulham St Andrews until 1888
นิกเนม : Cottagers
ที่ตั้งของทีม ฟูแล่ม : Craven Cottage, Stevenage Road Fulham London SW6 6HH
เบอร์โทรศัพท์ : 0171-893-8383
ประธานสโมสร : โมฮัมเหม็ด อัล ฟาเยด
ผู้จัดการทีม : รอย ฮอดจ์สัน
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : -
สนาม : คราเวน ค็อตเทจ
ความจุ : 19,250 คน
ขนาดสนาม : 110 หลา  x  75  หลา
สนามเดิมของทีม ฟูแล่ม : -
ผู้ชมสูงสุด : 49,335 คน ฟูแล่ม พบ เชลซี, ดิวิชั่น 2  ( 08/10/1938 )
สถิติชนะสูงที่สุด : 10-1  ฟูแล่ม พบ อิปสวิช ทาวน์, ดิวิชั่น 1 ( 26/02/1963 )
สถิติแพ้สูงที่สุด : 0-10 ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล, ลีก คัพ รอบสอง นัดแรก ( 23/09/1986 )
สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 12.8 ล้านปอนด์ หลุยส์ ซาฮา ไป แมนฯ ยูไนเต็ด ( ม.ค. 2004 )
สถิติซื้อนักเตะแพงที่สุด : 11.5 ล้านปอนด์ สตีฟ มาร์กเล่ต์ จาก โอลิมปิก ลียง ( ส.ค. 2001 )

เกียรติประวัติสโมสร ( ฟูแล่ม )

แชมป์พรีเมียร์ชิพ : -
แชมป์ดิวิชั่น 1 (ใหม่) : 2000-2001
แชมป์ดิวิชั่น 2 (ใหม่) : 1998-99
แชมป์ดิวิชั่น 2 (เดิม) : 1948-49

Hull City - ฮัลล์ ซิตี้


Hull City - ฮัลล์ ซิตี้


Hull City - ฮัลล์ ซิตี้ ( ประวัติทีม 
ฮัลล์ ซิตี้ )

ฮัลล์ ซิตี้ ก่อตั้งเมื่อ : 1904
เข้าร่วมลีก : 1905
ชื่อเดิม : -
นิกเนม : The Tigers
ที่ตั้งของทีม ฮัลล์ ซิตี้ : Kingston Communications Stad. The Circle, Walton Street Hull HU3 6HU
เบอร์โทรศัพท์ : 08708-370003
ประธานสโมสร : พอล ดัฟเฟ่น
ผู้จัดการทีม : ฟิล บราวน์
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม : ไบรอัน ฮอร์ตัน
สนาม : คิงส์ตัน คอมมิวนิเคชั่น สเตเดี้ยม
ความจุ : 25,404 คน
ขนาดสนาม : 105 หลา  x  68  หลา
ผู้ชมสูงสุด : 55,019 คน ฮัลล์ ซิตี้ พบ แมนฯยู , เอฟเอ คัพ รอบ 6 ( 26/02/1949 )
สถิติชนะสูงที่สุด : 11-0 ฮัลล์ ซิตี้ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน, ดิวิชั่น 2 ( 14/01/1939 )
สถิติแพ้สูงที่สุด : 0-8 ฮัลล์ ซิตี้ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน, ดิวิชั่น 2 ( 01/11/1911 )
สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 1 ล้านปอนด์ คาเล็บ โฟแลน ไป วีแกน ( 31 ส.ค. 2007 )
สถิติซื้อนักเตะแพงที่สุด : 1.25 ล้านปอนด์ ลีออน คอร์ต จาก คริสตัล พาเลซ ( 30 มิ.ย. 2006 )

เกียรติประวัติสโมสร ( ฮัลล์ ซิตี้ )

แชมป์แชมป์เปี้ยนชิพ ( เพลย์ออฟ ): 2007-08
รองแชมป์ลีกวัน : 2004-05
แชมป์ดิวิชั่น 3 (เดิม) : 1965-66
รองแชมป์ดิวิชั่น 3 (เดิม) : 2003-04
แชมป์ดิวิชั่น 3 ตอนเหนือ : 1932-33, 1948-49
รองแชมป์ดิวิชั่น 3 ตอนเหนือ : 1958-59
รองแชมป์ดิวิชั่น 4 ( เดิม ) : 1982-83